เวนิส คาร์นิวัล หน้ากากของชาวเวนิส
 
 
             งานนี้เป็นเทศกาลเก่าแก่นับพันปี มีบางช่วงพวกเขาสวมหน้ากากออกจากบ้านถึงปีละ 8 เดือนด้วยซ้ำ ไม่ต้อง
 สงสัยว่าเมืองจะเต็มไปด้วยเสน่ห์ลึกล้ำเพียงใด เมื่อผู้คนไม่ว่ายากดีมีจน ซ่อนหน้าตา สถานะ ของตนไว้ภายใต้หน้ากาก และใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงแบบไม่ต้องแคร์ใคร 
             แต่เมื่อพวกออสเตรียเข้ามายึดครอง เวนิสในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ผู้คนไม่ได้รับ
อนุญาตให้ใช้หน้ากากเปเปอร์มาเช่เพื่อปกปิดหน้าตา และงานเต้นรำสวมหน้ากากก็ถูกห้ามจนกระทั่งถูกฟื้นขึ้นมา ใหม่ ในปี 1979           
             ปัจจุบัน หน้ากากสวย ๆ และหมวกแปลกๆ สำหรับงานเทศกาล เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อที่สุดจากเวนิส โดยเฉพาะ
หน้ากากขาวปลายแหลมคล้ายปากนกที่ดูสะดุดตาที่สุด หน้ากากแบบนี้เป็นหน้ากากที่พวกหมอเคยใช้ในสมัยที่กาฬโรคระบาดครั้งใหญ่ช่วงศตวรรษที่ 14 และจะใส่สมุนไพรเอาไว้ที่ปลายแหลม เพื่อฆ่าเชื้อในอากาศที่สูดเข้า
           สมัยก่อนนั้นชาวเวนิสเขาสวมหน้ากากกันจน เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยทีเดียว ยิ่งในช่วงศตวรรษที่ 18 ถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองมากของการสวมหน้ากาก ผู้คนในสาธารณรัฐเวนิสสวมหน้ากากออกจากบ้านถึงปีละ 8 เดือนด้วยซ้ำ ไม่ต้องสงสัยว่าเมืองจะเต็มไปด้วยเสน่ห์ลึกล้ำเพียงใด เมื่อผู้คนไม่ว่ายากดีมีจนซ่อนหน้าตาสถานะของตนไว้ภายใต้หน้ากาก และใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงแบบไม่ต้องแคร์ใคร และบางครั้งก็เพื่อมีเซ็กซ์กันโดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะจำได้แต่หลังจากการยึดครองของกองทัพของนโปเลียนในปี 1797 เมื่อเวนิสกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรลอมบาร์ดี-เวเนเทีย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

     
      การยึดครองนำมาซึ่งการสั่งห้ามการจัดงานเฉลิมฉลองงานรื่นเริงเป็นเวลาหลายปี ผู้คนไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้หน้ากากเปเปอร์มาเช่เพื่อปกปิดหน้าตา และงานเต้นรำสวมหน้ากากก็ถูกห้าม จนกระทั่งทศวรรษที่ 1970 ประเพณีดั้งเดิมดังกล่าวถูกฟื้นขึ้นมาใหม่ เมื่อกลุ่มของอดีตนักศึกษาอคาเดมี ออฟ ไฟน์ อาร์ต ได้เปิดร้านขายหน้ากากสมัยใหม่แห่งแรกของกรุงเวนิสขึ้นในปี 1978
 
 
 
 
 
 
 
 

รูปภาพเทศกาลคาร์นิวัล เมืองเวนิส ประเทษอิตาลี
 
 
 
 

edit @ 6 Sep 2011 21:45:41 by Pa'tong

" คำถามทบทวน "

posted on 06 Sep 2011 19:43 by pa-tongly

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

ตอบ  มัลติมีเดีย  คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดย การผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะ เรียกว่า  มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)   การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer)

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ  สามารถ เพิ่มสีสันและลูกเล่นเข้าไปได้มาก เพื่อให้สิ่งพิมพ์นั้นน่าดู น่าใช้ เช่น สามารถตกแต่งฟอนต์ให้สวยงาม ใส่รูปภาพ ใส่สีตัวหนังสือ สีพื้นหลัง ทำให้ผู้อ่านมีความสนใจในการนำเสนอมากยิ่งขึ้น 

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ ตัวอักษร ภาพนิ่ง  ภาพยนตร์ และเสียงเพลง 

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ  ถ้ามีการเชื่อมโยงไปยังภาพนิ่งอื่น ภาพนิ่งปลายทางจะแสดงอยู่ในงานนำเสนอ PowerPoint ถ้าเป็นการเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจ ตำแหน่งที่ตั้งเครือข่าย หรือชนิดแฟ้มที่แตกต่างกัน เพจหรือแฟ้มปลายทางจะแสดงในโปรแกรมประยุกต์ที่เหมาะสมหรือในเว็บเบราว์เซอร์ 

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ  โปรเจคเตอร์ โทรทัศน์ จอมอนิเตอร์

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

ตอบ ภาพยนตร์ เพราะ ผู้คนส่วนมากจะเข้าใจในเนื้อเรื่องได้มากกว่ารูปแบบอื่น ๆ

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ   1. ให้คลิกจากเมนู  File > New
         2. คลิกที่ On my computer (บนคอมพิวเตอร์ของฉัน)

         3. คลิกแท็บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม 
         4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ 
         5. คลิกปุ่ม ok  
         6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ เลือกกดกล่องข้อความหรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหว แล้วคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง" 

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม 

ตอบ   1. Microsoft PowerPoint   

         2. Microsoft office word

         3. Microsoft Publisher

10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  ได้ เพราะ เราสามารถใช้เป็นแผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง กราฟ เสียง หรืออื่น ๆแทนได้

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  ไม่ เพราะ Microsoft Power Point ใช้สำหรับการนำเสนอผ่านจอมอนิเตอร์เป็นส่วนมาก 

12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ  ได้

1.เข้าไปยัง Microsoft PowerPoint

2. คลิกที่ Insert (แทรก)

3. ถ้าจะแทรกอันไหนก็คลิกไปยังอันนั้นแล้ว

4. เลือกไฟล์ แล้วกดตกลง

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัอักษรอย่างไร

ตอบ  สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าการนำเสนอแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรเพราะเราสามารถดูจากภาพได้เลยโดยที่ไม่ต้องอ่านเพียงแค่ใช้ความเข้าใจ

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล20คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ    ฮาร์ดแวร์ - โน๊ตบุ๊ค , โปรเจคเตอร์ , คอมพิวเตอร์          ซอร์ฟแวร์ - Microsoft PowerPoint 

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัว อักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ  คอมพิวเตอร์

 

1.ลิขสิทธิื์์์์กับสิทธิบัตรแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ ลิขสิทธิ์คือผลงานที่มาจากการสร้างสรรค์ แต่สิทธิบัตรคือหนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์
 
2.เครื่องหมายการค้าจะต้องมีลักษณะอย่างไร
ตอบ ต้องแสดงความเป็นเจ้าของสินค้านั้นๆโดยต้องมีลักษณะเฉพาะ
 
3.กฏหมายที่ใช้กำกับดูแลการใช้สิทธิบัตรคืออะไร
ตอบ พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
 
4.เครื่องหมายการค้าแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ 4 ประเภท         1)เครื่องหมายการค้า                      2)เครื่องหมายเรียกร้อง
                             3)เครื่องหมายบริการ                      4)เครื่องหมายร่วม
 
5.ผลงานที่ไม่ถือว่ามีลิขสิทธ์ ได้แก่ผลงานลักษณะใด
ตอบ ข่าว รัฐธรรมนูญ กฏหมาย ระเบียบข้อบังคับ ทบวง กรม
 
6.เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนจะมีอายุคุ้มครองกี่ปี่
ตอบ จนกว่าเจ้าของจะเสียชีวิต และเพิ่มไปอีก 50 ปี
 

7.สิทธิที่ต้องเกิดจากการสร้างสรรค์ มีกี่ประเภทอะไรบ้าง 
ตอบ 9 ประเภท       1)งานวรรณกรรม        2)งานนาฏกรรม          3)งานศิลปกรรม
                           4)งานดนตรีกรรม        5)งาโสตทัศนวัสดุ       6)งานภาพยนต์
                           7)งานสิ่งบันทึกเสียง    8)งานแพร่เสียงภาพ     9)ผลงานความคิดสร้างสรรค์ด้านต่างๆ
 
8.ผู้ที่นำเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นในการโฆษณาจะต้องโทษอย่างไร
ตอบ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
9.ชื่อและนามสกุลจะนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้าได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ ได้ เพราะเครื่องหมายการค้าต้องแสดงความเป็นเจ้าของและต้องมีลักษณะเฉพาะ
 
10.จากตัวอย่างกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ มาอย่างน้อย 5 กฏ
ตอบ        1)การเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่มีมาตรการป้องกัน
              2)การนำข้อมูลไปเผยแพร่จนเกิดความเสียหาย
              3)การเข้าใช้ข้อมูลของผู้อื่นที่มีมาตรการ การป้องกัน
              4)ผู้ที่ไม่แจ้งพนักงาน เจ้าหน้าที่เมื่อผลิตผลิตภัณฑ์ซีดี
              5)ผู้ใดไม่แสดงใบรับแจ้งการผลิตไว้ ณ ที่เปิดเผยในสภาพตามที่ระบุไว้ในใบรับแจ้ง
 
11.อาจหาญสร้างซอฟแวร์ตามการจองของอำนวย ใครจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ดังกล่าวเพราะเหตุใด
ตอบ อำนวยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
 
12.หน่าวยงานใดของรัฐบาลที่มีหน้าที่กำกับดูแลทรัพย์สินทางปัญญาและอยู่ในการดูแลของกระทรวง
ตอบ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
 
13.พระราชบัญญติการผลิตภัณฑ์ซีดี พ.ศ.2548 กำหนดให้ผู้ผลิตภัณฑ์ที่ซีดีจะต้องแจ้งสิ่งใดแก่หน่วยงานรัฐ
ตอบ การครอบครองเครื่องใช้ในการผลิต และงานปริมาณ และสถานที่เก็บวัตถุ
 
14.หากรัฐบาลนำสินค้าที่มีสิทธิบัตรมาใช้ในภาวะฉุกเฉิน รัฐบาลจะกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติสิทธิบัติหรือไม่
ตอบ ไม่ เพราะอยู่ในภาวะฉุกเฉิน
 
15.สรุปและยกตัวอย่างการกระทำความผิดพร้อมโทษ ที่ได้รับเมื่อกระทำตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ตอบ ใช้กำกับดูแลการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายเช่น
           1)การเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่มีมาตรการในการป้องกัน จำกัดไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           2)การนำข้อมูลของผู้อื่นไปเผยแพร่จนเกิดความเสียหาย จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาืท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           3)การเข้าใช้ข้อมูลของผู้อื่นที่มีมาตรการป้องกัน จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           4)การทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอหรือขัดขวาง จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


1.การเรียกใช้ IE สามารถทำได้กี่วิธีอะไรบ้าง
ตอบ มี 5 วิธี คือ 1.ปุ่ม back 2.ปุ่ม forward 3. ปุ่ม stop 4. ปุ่ม refresh 5. Home
 
2.เว็ปเบราว์เซอร์เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตอย่างไร
ตอบ ใช้สื่อสารรระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต
 
3.ตัวชี้เมาส์ที่แสดงการเชื่อมโยงจะมีลักษณะอย่างไร
ตอบ เป็นรูปมือ
 
4.ห้องแชทคืออะไร เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตอย่างไร
ตอบ คือการติดต่อสื่อสารด้วยสนทนาระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลผ่านทางอินเทอร์เน็ต
 
5. อินเทอร์เน็ตมีบทบาทต่อผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าอย่างไร
ตอบ การโกงทางระบบอินเทอร์เน็ตมีอยู่เป็นจำนวนมาก
 
6.ไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์ดีกว่าการสนทนาออนไลน์อย่างไร
ตอบ เพราะว่าไปรษณีย์เซ็นเวอร์ปลอดภัยกว่าเเละไม่เสี่ยงต่อการโดนหลอก
 
7.ถ้าไม่รู้ที่อยู่ของเว็ปไซต์ที่ต้องการเปิด ควรเเก้ปัญหาอย่างไร
ตอบ ค้นหาที่ www.google.com
 
8.ปุ่ม TCP/IP จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้หรือไม่อย่างไร
ตอบ ไม่ได้ เพราะว่า คือปุ่มที่เอาไว้ใช้เเก้ไขการขนถ่าย
 
9.ปุ่ม Histor ใน IE มีประโยชน์ในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไร
ตอบ ใช้สำหรับเปิดดูที่อยู่ของเว็ปไซต์เเละเว็ปเพจที่ผู้ใช้เคยใช้
 
10.ยกตัวอย่างเว็ปเบราว์เซอร์ที่นอกเหนือจาก IE มาอย่างน้อย 3 อย่าง
ตอบ 1.โปรเเกรม sky
        2.โปรเเกรม Billilon 
        3.โปรเเกรม True
        4.โปรเเกรม 3BB
 
11.เเถบเเสดงสถานะอยู่บริเวณใดของหน้าต่างโปรเเกรม IE  เเละทำหน้าที่อะไร
ตอบ ทางด้านมุมซ้ายมือ ทำหน้าที่เเสดงสถานะในการทำงาน
 
12. ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องใช้การขนถ่ายไฟล์มาอย่างน้อย 1 ประสบการณ์
ตอบ ตอนนั้นได้โหลดคลิปจากเว็ปไซต์มาต้องผ่านการทำงานของ F+P Sever กับเครื่องไคลเอนต์
 
13.เมื่อจะส่งข้อมูลทางไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์มีข้อมูลใดบ้างที่ผู้ส่องข้อมูลควรรับรู้
ตอบ ควรรู้ ชื่อล็อกอินเเละรหัสผ่าน
 
14.ถ้าตัวหนังสือของเว็ปเพจที่เเสดงด้วย IE เล็กเกินไปควรเเก้ไขอย่างไร
ตอบ กดปุ่ม Ctrl +
 
15. ยกตัวอย่างเเละอธิบายหน้าที่ของปุ่มที่พบในเเถบเครื่องมือมาอย่างน้อย 5 ปุ่ม
ตอบ 1.ปุ่ม Back ใช้ย้อนกลับไปยังเว็ปเดิม
       2.ปุ่ม forward  ใช้เปิดหน้าต่อป
       3.ปุ่ม stop ใช้หยุดการทำงาน
       4.ปุ่ม refresh โหลดเว็ปนั้นๆใหม่อีกครั้ง
       5.ปุ่ม Home ย้อนกลับไปยังหน้าเว็ปเพจ

edit @ 11 Sep 2011 23:54:44 by Pa'tong

" ภาษา C "

posted on 12 Jul 2011 20:28 by pa-tongly
 
โครงสร้างของภาษา C

ภาษา C เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกค้นคิดขึ้นโดย Denis Ritchie ในปี ค.ศ. 1970
โดยใช้ระบบปฏิบัติการของยูนิกซ์ (UNIX) นับจากนั้นมาก็ได้รับความนิยมเพิ่มขั้นจนถึงปัจจุบัน ภาษา C สามารถติดต่อในระดับฮาร์ดแวร์ได้ดีกว่าภาษาระดับสูงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาเบสิกฟอร์แทน ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติของภาษาระดับสูงอยู่ด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงจัดได้ว่าภาษา C เป็นภาษาระดับกลาง (Middle –lever language)
ภาษา C เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดคอมไพล์ (compiled Language) ซึ่งมีคอมไพลเลอร์ (Compiler) ทำหน้าที่ในการคอมไพล์ (Compile) หรือแปลงคำสั่งทั้งหมดในโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่อง (Machine Language) เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์นำคำสั่งเหล่านั้นไปทำงานต่อไป

โครงสร้างของภาษา C
ทุกโปรแกรมของภาษา C มีโครงสร้างเป็นลักษณะดังรูป


ภาษาC

 

      Int main (void)

{

เฮดเดอร์ไฟล์ (Header Files)
เป็นส่วนที่เก็บไลบรารี่มาตรฐานของภาษา C ซึ่งจะถูกดึงเข้ามารวมกับโปรแกรมในขณะที่กำลังทำการคอมไพล์ โดยใช้คำสั่ง
#include<ชื่อเฮดเดอร์ไฟล์> หรือ
#include  “ชื่อเฮดเดอร์ไฟล์”
ตัวอย่าง
#include

                เฮดเดอร์ไฟล์นี้จะมีส่วนขยายเป็น .h เสมอ และเฮดเดอร์ไฟล์เป็นส่วนที่จำเป็นต้องมีอย่างน้อย 1 เฮดเดอร์ไฟล์ ก็คือ เฮดเดอร์ไฟล์ stdio.h ซึ่งจะเป็นที่เก็บไลบรารี่มาตรฐานที่จัดการเกี่ยวกับอินพุตและเอาท์พุต

ส่วนตัวแปรแบบ Global (Global Variables)
เป็นส่วนที่ใช้ประกาศตัวแปรหรือค่าต่าง ๆ ที่ให้ใช้ได้ทั้งโปรแกรม ซึ่งใช้ได้ทั้งโปรแกรม  ซึ่งในส่วนไม่จำเป็นต้องมีก็ได้
ฟังก์ชัน (Functions)
เป็นส่วนที่เก็บคำสั่งต่าง ๆ ไว้ ซึ่งในภาษา C จะบังคับให้มีฟังก์ชันอย่างน้อย 1 ฟังก์ชั่นนั่นคือ ฟังก์ชั่น Main() และในโปรแกรม 1 โปรแกรมสามารถมีฟังก์ชันได้มากกว่า 1 ฟังก์ชั่น

ส่วนตัวแปรแบบ Local (Local Variables)
เป็นส่วนที่ใช้สำหรับประกาศตัวแปรที่จะใช้ในเฉพาะฟังก์ชันของตนเอง ฟังก์ชั่นอื่นไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้ได้ ซึ่งจะต้องทำการประกาศตัวแปรก่อนการใช้งานเสมอ  และจะต้องประกาศไว้ในส่วนนี้เท่านั้น
ตัวแปรโปรแกรม (Statements)
เป็นส่วนที่อยู่ถัดลงมาจากส่วนตัวแปรภายใน ซึ่งประกอบไปด้วยคำสั่งต่าง ๆ ของภาษา C และคำสั่งต่าง ๆ จะใช้เครื่องหมาย ; เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าจบคำสั่งหนึ่ง ๆ แล้ว ส่วนใหญ่ คำสั่งต่าง ๆ ของภาษา C เขียนด้วยตัวพิมพ์เล็ก เนื่องจากภาษา C จะแยกความแตกต่างชองตัวพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่หรือ Case Sensitive นั่นเอง ยกตัวอย่างใช้ Test, test หรือจะถือว่าเป็นตัวแปรคนละตัวกัน นอกจากนี้ภาษา C ยังไม่สนใจกับการขึ้นบรรทัดใหม่ เพราะฉะนั้นผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่งหลายคำสั่งในบรรทัดเดียวกันได้ โดยไม่เครื่องหมาย ; เป็นตัวจบคำสั่ง

edit @ 13 Jul 2011 20:47:46 by Pa'tong